เปิดธีมลงทุนต้นปี 2569 ชี้หุ้นโลกยังเป็นบวก แนะจัดพอร์ต Barbell รับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเปิดปี 2569 ในทิศทางบวก เห็นแรงหมุนเวียนลงทุนสู่หุ้นพลังงาน-กลาโหม ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่บอนด์ยีลด์ลด ทองคำ-น้ำมันขยับขึ้น
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย หรือ Krungthai Chief Investment Office (Krungthai CIO) เปิดเผยบทวิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12–16 มกราคม 2569 ประเมินว่า ตลาดการเงินโลกเปิดปีด้วยทิศทางเชิงบวก โดยตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเห็นการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน (Rotation) ไปยังหุ้นกลุ่มวัฏจักรอย่างชัดเจน
โดยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา และมีแนวโน้มอนุญาตให้บริษัทพลังงานของสหรัฐฯ
เข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมปรับตัวขึ้นแรง จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผลักดันการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในอนาคต
ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวลดลง หลังตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาทิ Nonfarm Payrolls และ JOLTS ส่งสัญญาณชะลอตัว แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีเสถียรภาพ ขณะที่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน หลังสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ส่วนราคาทองคำปรับขึ้นตามระดับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น
Krungthai CIO ระบุว่า นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนการใช้พลังทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเข้มข้น ทั้งการถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ การผลักดันพลังงานฟอสซิลและนิวเคลียร์ รวมถึงมาตรการภาษีและแรงกดดันทางการค้า ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับค่าเงินและตลาดทุน โดยเฉพาะในภูมิภาคลาตินอเมริกาและยุโรป อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่สูงขึ้นยังสร้างโอกาสให้กับสินทรัพย์บางประเภท เช่น หุ้นกลุ่มกลาโหม หุ้นพลังงาน ทองคำ และโลหะมีค่า ขณะที่บางตลาดอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในระยะถัดไป
สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวก โดยคาดว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ จากแรงหนุนของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตดี นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในช่วงครึ่งแรกของปี มาตรการการคลังของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงการลงทุนด้าน AI ที่เริ่มสะท้อนผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและกำไรของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ตัวชี้วัด Market Breadth ยังปรับตัวดีขึ้น สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดที่กระจายตัวและแข็งแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญในระยะใกล้ ทั้งผลประกอบการไตรมาส 4 ของธนาคารสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค ยอดค้าปลีก การค้าระหว่างประเทศของจีน รวมถึงท่าทีด้านนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตแบบ “Barbell Approach” โดยผสมผสานระหว่างหุ้นเติบโต เช่น กลุ่มเทคโนโลยีที่ได้อานิสงส์จากเมกะเทรนด์ AI และสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เช่น หุ้นกลุ่ม Healthcare ที่มีรายได้และกำไรมั่นคง พร้อมกระจายการลงทุนไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง อาทิ เกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม ควบคู่กับการสร้าง Core Portfolio ผ่านกองทุนในกลุ่ม KTWC Series
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB